รวมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Regression Test EP.1

Doppio_Toasty-EDlT0R

QA

March 24, 2026

Table of Content

สรุป Regression Test คืออะไร? พร้อมเทคนิคการเลือก Test Case ให้มีประสิทธิภาพตามหลัก 80/20

ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในระบบ สิ่งที่ชาว QA หรือ Software Tester ต้องเผชิญคือการตรวจสอบว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นส่งผลกระทบต่อส่วนเดิมที่มีอยู่หรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Regression Test นั่นเอง

Regression Test คืออะไร?

โดยนิยามแล้ว Regression Test คือการทดสอบเพื่อหา Bug (Defect) หรือผลกระทบ (Impact) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง (Change)

ซึ่งในโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ การเปลี่ยนแปลงสามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ:

1.การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ (Add new feature) เข้าไปในระบบ

2.การแก้ไขBug (Bug fix) หรือการปรับปรุงโค้ดต่าง ๆ

ดังนั้น ในการทดสอบซอฟต์แวร์จึงมักประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ว่าทำงานได้ปกติหรือไม่ และการทำ Verification Test (หรือ Regression Test) เพื่อตรวจสอบว่าฟีเจอร์ปัจจุบัน (Existing feature) ยังคงทำงานได้ดีและไม่มีผลข้างเคียง (Side effect) จากการเปลี่ยนแปลงนั้น

เทคนิคการเลือก Test Case: ไม่จำเป็นต้องเทสทุกอย่าง

ปัญหาที่พบบ่อยคือ หากเรามี Test Case เป็นหมื่นเป็นแสนรายการ เราควรเลือกเทสอย่างไร?

แหล่งข้อมูลแนะนำว่า ควรเลือกเฉพาะฟังก์ชันหรือฟีเจอร์ที่เป็นระดับวิกฤต (Critical function) มาไว้ใน Regression Test เท่านั้น

ตัวอย่างเช่น หากเราทดสอบแอปพลิเคชัน E-commerce อย่าง Shopee เราอาจมีขั้นตอนที่ซับซ้อนได้เป็นแสนรูปแบบ เช่น ล็อกอิน เลือกของ กดจ่ายเงิน แล้วเปลี่ยนใจยกเลิก ทำซ้ำไปมา 5 รอบก่อนจะจ่ายจริง ซึ่งหากเกิดBugในกรณีที่ซับซ้อนมาก ๆ เช่นนี้ ผลกระทบต่อธุรกิจอาจไม่รุนแรงเท่ากับเคสมาตรฐาน

ในทางตรงกันข้าม หากเราเลือกทดสอบ Simple Case ที่เป็นหัวใจหลัก เช่น การค้นหาสินค้า เพิ่มลงตะกร้า และจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิต เคสเพียงเคสเดียวนี้อาจครอบคลุมปริมาณการใช้งาน (Traffic) ของผู้ใช้จริงถึง 40-50% และหากรวมการจ่ายเงินด้วยช่องทางอื่น ๆ เข้าไป อาจครอบคลุมได้ถึง 70-80% เลยทีเดียว

กฎ 80/20 กับการทดสอบซอฟต์แวร์

หัวใจสำคัญของการทำ Regression Test คือการนำ กฎ 80/20 (Pareto Principle) มาประยุกต์ใช้นั่นคือ:

ใช้แรง (Effort) เพียง 20% ในการเลือก Test Case เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ครอบคลุมความเสี่ยง (Impact) ถึง 80% เราไม่ควรพยายามทดสอบทุกฟังก์ชัน แต่ควรเน้นไปที่ฟังก์ชันที่หากเกิดBugขึ้นมาแล้วจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับธุรกิจ (Business Impact)

เช่น ระบบจ่ายเงินล่มเพียงไม่กี่นาที อาจทำให้บริษัทสูญเสียรายได้มหาศาล

สรุป

การเลือก Test Case สำหรับ Regression Test ควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่:

-Customer Traffic: ดูว่าส่วนไหนที่ลูกค้าใช้งานเยอะที่สุด

-Usage Patterns: วิธีการใช้งานหลัก ๆ ของลูกค้า

-Business Impact: ผลกระทบต่อธุรกิจหากฟังก์ชันนั้นทำงานผิดพลาด

การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพของซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด

Related Blog

Automation Test

คิดและเลือก automation framework อย่างไรในปี 2023

จริงถึงแม้จะจั่วหัวไว้ว่าเป็นปี 2023 แต่จริงๆหลักการนี้ใช้ได้ทุกปีแหละครับ แหะๆ ซึ่งบทความนี้ได้แรงบันดาลใจจากที่ว่า ช่วงนี้น้องๆ หลายคนที่เคยทำงานด้วยกัน ทักมาปรึกษาโน้นนี่นั่นกันอยู่เป็นระยะๆ หลายๆครั้งมีน้องบางคนเข้าไปทำงานในบริษัทที่ยังไม่มี Automation เลย พูดง่ายๆ คือการเข้าไปเริ่มตั้งไข่ให้เองนักเลงพอ และหลายคนจะกลับมาถามคำถามเดียวกัน (คำถามเดียวกันจริงๆนะ) บทสนทนาจะเป็นประมาณนี้ น้อง : พี่โอ ว่างไหมพี่โอ : ครับน้อง : สบายดีนะครับโอ : สบายดีครับ เราล่ะเป็นไงบ้างน้อง : พี่โอ cypress นี่ดีไหมครับ (ไม่พูดพร่ำทำเพลง get to the point ดีมาก) พอคุยไปคุยมา เรามักจะได้คำตอบว่า น้องได้รับมอบหมายว่าให้เริ่มต้นทำ Automation โดยเริ่มตั้งแต่เลือก Framework ไปจนถึงวาง Project structure วันนี้เลยอยากจะมาลองแชร์ว่า ปกติเวลาเราจะเลือก Framework มาใช้เนี่ยเราควรดูอะไรบ้าง แต่ก่อนจะเข้าเรื่องบอกก่อนเลยว่า มันไม่มีคำว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี”…

QA

QA คนไหนมี Hardskill ดีแล้ว อย่าลืมฝึก Softskill ไว้ด้วยนะ #doppiotech #สายเทค #softwaretester

QA เก่งแค่ Hard Skill พอไหม? ทำไม Soft Skill ถึงเป็นอาวุธลับที่ทำให้คุณกลายเป็น "Star" ในทีม ในคอมมูนิตี้ของคนทำงานสายเทคและ QA มักจะมีคำถามยอดฮิตว่า "ถ้าอยากเก่งขึ้นต้องเรียนรู้อะไร?" หรือ "อยากย้ายสายต้องฝึกสกิลไหน?" ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่มักจะพุ่งเป้าไปที่ Hard Skill เช่น การทำ Automation, การเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ หรือเทคนิคการเขียน Test Case แต่ในมุมมองของผู้สัมภาษณ์งานและหัวหน้าทีม ความจริงที่น่าสนใจคือ มีผู้สมัครจำนวนมากที่ไปเรียนรู้ทักษะทางเทคนิคมาสารพัด แต่กลับไม่มีความโดดเด่นเพียงพอที่ทำให้บริษัทรู้สึกว่า "ต้องรับคนนี้เข้าทำงานให้ได้" Hard Skill คือพื้นฐาน แต่ความเก๋าอยู่ที่ "การจัดการ" สำหรับ QA ที่มีประสบการณ์ 4-5 ปี การเขียน Test Case ให้ดีเป็นเรื่องที่ควรทำได้อยู่แล้ว แต่ความแตกต่างระหว่าง Test Case ที่สมบูรณ์แบบ (Perfect) กับเกือบสมบูรณ์แบบนั้นไม่ได้สร้างความแตกต่างให้ตัวคุณดู "เฉิดฉาย" ในสายตาหัวหน้าเท่ากับ "สกิลในการจัดการ"…

Other

Shared library คืออะไร และทำไมเราจึงควรใช้ในทีมและองค์กร วันนี้อยากจะมาเล่าเรื่อง Doppio Common Library

สวัสดีครับ บทความนี้อยากจะมาแชร์ไอเดียซึ่งหลายๆ คนอาจจะมีประสบการณ์กับอะไรพวกนี้มาอยู่แล้ว แต่มือใหม่ในด้าน Automation หลายๆ คน อาจจะยังไม่รู้จัก หรือยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร บทความนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังกันครับ จุดเริ่มต้น หลายๆ คนที่ทำ automation อาจจะเคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์ว่า พอเราย้ายไปทำโปรเจค automation อันใหม่แล้วบางทีเราก็มักจะเจอกับสิ่งที่เราเคยทำไปแล้ว ยกตัวอย่างเช่น และเหตุการณ์อื่นๆ ในลักษณะคล้ายกัน คือ เรา หรือเพื่อนร่วมทีมของเราที่อาจจะอยู่คนละโปรเจคหรือคนละทีม ได้เจอโจทย์คล้ายๆกันมาบ้างแล้ว และสิ่งที่เราต้องการในสถานการณ์นี้ก็คือ ทำยังไงให้เราสามารถสิ่งที่เราหรือใครสักคนในองค์กรเราเคยทำมาแล้ว ให้ได้เร็ว ไม่ต้องไปเสียเวลาเหมือนทำใหม่อีกรอบ ณ จุดเริ่มต้น (แบบตั้งไข่เลยนะ) เรามักจะมีประโยคคลาสสิคที่เราส่งไปให้เพื่อน “เฮ้ยๆ ขอโค้ดหน่อยดิ” , “เฮ้ยๆ ไป copy ได้ที่ repo ไหนบ้าง” ประมาณนี้ ทีนี้ถามว่ามันก็ตอบโจทย์ที่เราต้องการได้นะ ก็คือ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำใหม่ แต่มันก็มีข้อเสียที่ยิ่งใหญ่อยู่ก็คือการที่เราจะต้อง copy กันต่อๆ ไปเรื่อยๆ มันจะมีปัญหาว่า Solution จากปัญหาข้างต้นของการ copy โค้ดไปมา…